เข้าสู่ระบบ



ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบสมาชิกกลุ่ม **ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ**

แนะนำบราวเซอร์ดีๆ

Internet Exproler

* ieเข้าถึงข้อมูลของเว็ปไซด์นี้ไม่ถูกต้อง
ใช้บราวเซอร์เหล่านี้

เพื่อการแสดงข้อมูลที่ถูกต้อง
จากเวปไซด์ของเรา

บทความพิเศษ

 

 

Designed by:
เปิดหน้าเวป PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย @Kridsana.com   

กฤษณาดอทคอม

 

เราเป็นกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาที่ได้ทำตามรอยเยื่องพระยุคบาทเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้หมดนี้และมีกิน อ่านเรื่องราวของเราต่อได้.....ที่นี่


......ท่านผู้ได้ที่มีความสามารถทางการตลาดและมีความรู้ด้านต่างๆ  เพื่อช่วยเหลือกลุ่มในด้านต่างๆและร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร  ตอนนี้เรามีความช่วยเหลือจากหลายท่ายอยู่เช่น อาจารย์จากมหาวิยทลัยต่างๆ อาทิ ลาดกระบัง ม.เกษตร กรมป่าไม่ กระทรวงเกษตร อุสาหกรรม วิสาหกิจชุมชน แต่เป็นการช่วยเหลือด้วยใจ  ไม่มีงบประมาณมากจึงเป็นไปได้อย่างช้าๆแต่ก็ช่วยกันทำด้วยความตั้งใจ   จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีความรู้ด้านต่างๆมาช่วยกันเพื่อเกษตรไทยและประเทศของเรา  ขอเชิญเข้าร่วมกลุ่มสอบถามได้ที่คุณพิกุล โทร01-8890331

.....สำหรับเกษตรกรทุกท่านที่มีไม้กฤษณาอยู่แล้วต้องการเข้าร่วมกล่มเพื่อทำสารให้เกิดแก่นกฤษณาสามารถสมัครได้ ที่กลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤณาโดยค่าสมัคร50บาท(ตามแบบแผนของกระทรงเกษตรและสหกรณ์)แต่เราจะมีหนังสือตามข้อมูล ของกรมป่าไม้เรื่องกฤษณาให้ท่าน(ราคาเล่มละ100บาท)จัดทำโดยทางกลุ่ม(ไว้เราทำหนังสือเสร็จเมื่อไหล่จะเพิ่
มให้อีเล่ม)  ถ้าท่านต้องการจะขายไม้ก็ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายเพราะท่านได้รับการรับรองจากทางกลุ่ม  อีกทั้งแนะนำวิธีการปลูก ดูแล การรักษา


.....มีโรงต้มกลั่นน้ำมันกฤษณาของทางกลุ่มเองโดยพัฒนาเป็นระบบดิจิตอล เพื่อให้ได้น้ำมันที่ดีที่สุดมากที่สุด ได้รับการรับรองการกระทรวงอุตสาหกรรม และปัจจุบันเตาต้มกลั่นของทางกลุ่มเป็นเตาที่ใช้พลังงานน้อยมาผู้ที่ต้องการศึกษามาได้ที่กลุ่มด้วยตนเอง   ท่านที่มีความรู้จะช่วยเหลือทางกลุ่มก็ขอเชิญมาร่วมด้วยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรของประเทศ

.....ตลาด ปัจจุบันทางกลุ่มได้ทำการติดต่อกับต่างประเทศโดยตรง เพราะอย่างที่รู้เราขายผ่านพ่อค้าคนกลางก็ได้แต่ว่าในราคา เขาซื้อเรา 1ขายได้ 3- 10 เท่า ของราคาที่ซื้อ เพราะมันเป็นเช่นนั้น  "เราต้องการขายให้ได้ในราคาที่สูงที่สุดเพื่อจะนำผลประโยชน์มาตกสู่เกษตรกรทุกท่านและเศรษกิจของประเทศ" ที่เราติดต่อและริเริ่มก็มีตลาดทางประเทศญี่ปุ่น จีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และในประเทศไทย
.....ญี่ปุ่นถือว่าเป็ไม้มงคลอย่างมากและมีราคาเเพงสำหรับใช้ในพิธีสำคัญทางศาสนาและพิธีต่างๆเช่น พิธีชงชา
.....จีน ถือเป็นสมุนไพรที่ราคาแพงยิงและแก้โรคนาๆประการในจีนมีฉายาว่า"เซียนมู่" คือ "ไม้ของเซียน" หมายถึงมีคุณค่ามาก เคยมีชาวจีนที่เข้ามาเยี่ยมชมกลุ่ม บอกเราว่า ให้เอาโสม รังนก ทอง มาแลกยังไม่ได้เลย และถ้าใครมีจุดบูชาเทพเจ้าจะถือว่าเฮงเป็นที่สุดแล้ว
....ในเกาหลี มีการใช้ในพีทีกรรมต่างๆ สำหรับผู้ที่ทำพีธีศักดิ์ศิษมากๆ


....ในตะวันออกกลาง ชาวมุสลิมถือว่าเป็นไม้ที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเขาจะใช้ก่อนที่จะเข้ามัสยิธกระทำพิธีกรรม สำหรับคนทั่วไปที่ฐานะไม่ค่อยดีหรือปานกลางจะใช้เพียงเศษไม้ฝนกับหินแล้วนำมาทาตัวก่อนเข้า(เพราะราคาเเพงต้องประหยัด)  คนที่ฐานะดีก็ใช้เป็น้ำมันหรือไม้แก่นเผารมทั่วตัว ทั้งชุด ส่วนการใช้อื่นๆ ก็เช่นรมเสื้อผ้าให้กลิ่นติด เป็นกลิ่นที่ว่าถ้าชาวตะวันออกกลางได้กลิ่นเขาจะนึกว่าคุนเป็นเศรษฐี...เชียวเเหละ  และเป็กลิ่นที่ชาวตะวันออกกลางถือว่าปลุกกามอารมณ์ได้อย่างดี  อีกทางคือทาตัวกันไรทะเลทรายเพราะทางมุสลิมจะห้ามใช้ของพวกมีเเอลกอฮอล์  และยังใช้จุดเพื่อรับเเขก V.I.P อีกด้วย

.....ในยุโรป แถบพวอกประเทศ อาทิ ฝรั่งเศษ เยอรมัน จะใช้เป็นหัวเชื้อน้ำหอมยี่ห้อดังต่างๆ หลายยี่ห้อ เพราะมันเป็นกลั่ยในระดับเบสโน๊ท ที่จะทำให้น้ำหอมของเขาติดทนนาน
เคยมีผู้ผลิตน้ำหอมญี่ห้อหนึ่งเคยขอออเดอร์เราเป็นจำนวนมากต่อเดือน เเต่เราพึ่งเริ่มกลุ่มเเละยังไม่มีของขนาดนั้นจึงไม่ได้ตกลง เนื่องจากว่าเมื่อก่อนจะมีการนิยมใช้สิ่งที่ได้จากสัตว์เช่น ชมดเช็ดซึ่งมีการรณรงค์ว่าเป็นการทารุณสัตว์  หรือใช้ นิ่ววาฬแต่ว่าหาได้ยากลำบากยิ่ง... จึงนิยมเปลี่ยนาใช้กฤษณาซึ่งมีคุณสมบัตรในการ คอนโทรกลิ่นได้เป็นอย่างดี และให้กลิ่นที่ติดทนนาน เพราะกฤษณาแท้จริงๆ จะต้งทาเเล้วกลิ่นคงทนถึง 12ชม. ถึงเป็นของดี    เกรดนำมันดีๆของทางกลุ่มเรา สามารถติดได้ถึง 48 ชม.

.....และในทางคริสศาสนานั้นเคยมีชาวคริสบอกว่า เป็นไม้ที่ใช้ในพิธีกรรมเช่นกัน คือเป็นของที่วางไว้ไต้ไม้กางเกนของพระเยซูเมื่อตอนตรึงจะมีสิ่งของอยู่ 3 สิ่ง หนึ่งในนั้นจะมีไม้หอมด้วย(คำภีย์บางเล่มจาลึกไว้ว่าเป็นกำญาน) และใช้ในพิธีทางศาสนา เช่น จุดในโบทถ์ในพิธีกรรมต่างๆ

.....ในประเทศไทยนั้น ทางกลุ่มก็ได้ไปร่วมจัดแสดงตามงานต่างๆและขายของให้ในราคาที่ถูกมาก เพื่อให้คนไทยได้รู่จักว่าเป็นอย่างไร?   รู้ไหมว่า...ชาวต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยวในไทยจะเข้ามาถามหาไม้หอมเสมอแต่คนไทยเราไม่รู้จักกันเลย ในประเทศไทยก็ถือว่าเป็นไม้ที่สูงค่ายิ่งเพราะในอดีตเราเคยเป็ยศูนย์กลางการค้าไม้หอมมาก่อนตั้งแต่สมัยสุโขทัยตอนต้น เพื่อใช้เป็นเครื่องราชบรรณการให้ต่างประเทศ และและใช้พิธีกรรมสำคัญๆ โดยไพร่ทั่วไปไม่มีสิทธิ์ที่จะถือครองเป็นเจ้าของ  ...และในสมัยของราชการที่5กรุงรัตนโกสินทร์ ท่านก็ได้ทรงโปรดให้มีการเปิดตลาดการค้ากับตลาดโลก ว่าไทยก็เป็นผู้ผลิตไม้กฤษณาได้เป็นอันดับต้นๆเช่นกัน

....ในพระพุทธศาสนาถือว่าไปไม้มงคลยิ่ง! เพราะตามพระประวัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ทรงประสูตรขึ้นมาพร้อมทั้งพระหัตธ์ข้างหนึ่งถือดอกบัว และพระหัตธ์อีกข้างหนึ่งถือไม้กฤษณา
.....บางท่าน(คนเเก่)ถ้าได้ไม้หอมไว้ในครอบครองก็จะนำไปขึ้นหิ้งบูชาไว้ทีเดียว ในทางการรักษาเป็สมุนไพรที่มีคุณค่ามากใช้รักษาได้หลายโรคจนที่แทบจะว่าได้ว่าเป็นไม้ที่รักษาได้แทบทุกโรค(แต่ไม่ใช่30บาทนะครับ)(ตามที่ว่ากันมา...อย่างนั้น)
.....เราเคยไปเปิดแสดงที่ไบเทค และ เมืองทอง และหลายๆที่แล้วเห็นว่าชาวไทยไม่ค่อยจะรู้จักกันส่วยใหญ่จะมีแต่ชาวต่างชาติที่มาทักทายเรา  เคยมีชาวญี่ปุ่นเดิมมาชม บูทของเรา เขาบอกว่า"ที่ประเทศผมเขาได้แต่เห็นไกลๆและไม่อาจได้สำหรับใกล้ชิดขนาดนี้ เพราะมีราคาแพงมาก" เมื่อให้เขาลองใส่ในบุหรีดูเข้าก็ดีใจอย่างมาก "โห ให้ผมนิดเดียวทำไมบุหรีถึงหอมได้ขนาดนี้ และขอบคุณเราเป็นอย่างมากมาย)**คำเตือนบุหรีไม่ดีต่อสุขภาพ หยิบยกมาเป็นกรณีตัวอย่างเท่านั้น** และมีอีกหลายประเทศที่ติดต่อเรา...

.....เราจึงได้ทำการเปิดตลาดเองเลยแต่ว่ายังขาดผู้มีความรู้ด้านพาษาต่างประเทศที่รักเมืองไทยตอนนี้ก็มี่คนที่ได้เปิดตลาดให้เราเราให้เขาถึง10% เขาก็พอใจเเล้วเพราะเงินส่นที่เหลือจะมาตกอยู่กับเกษตรกร คุนคิดดูนะว่า 10% ของ1แสนบาทคือเท่าไหล่ แล้วเขาไม่ไช่ว่าจะซื้อแค่เพิยงน้อยๆนะ ผู้ไดสนใจและคิดว่าจะค้าได้หล่ะก็ ติดต่อมาเลยที่กลุ่มครับ

.....ถามว่าทำไมเราไม่ไปค้าเองตอบได้เลยครับว่าแค่เพียงเราผลิตก็ยังจะทำงานไม้ทันเเล้วครับ  สมาชิกในกลุ่มก็เป็นเพียงเกษตรกรรุ่นโบราณที่ยังเห็นคุณค่าของไม้หอมอยู่และก็มีพวกคนรุ่นใหม่มาบ้าง  แล้วเรามิใช่เพียงว่าส่งให้ปลูกเท่านั้น ถ้าใครมีปัญหาด้านต่างๆก็ให้เราไปช่วยด้วย เรื่องเงินเราก็มิใช่พวกมหาเศรษฐีเป็นหมื่นล้านเราเเค่เพียงเกษตรก่อนผู้หนึ่งที่ต้องการช่วเหลือประเทศเงินที่พอมีก็เอาไปหมุนเพราะการทำกิจกรรมต่างๆ ต้องใช้งบสูง ยกตัวอย่างเพียงเเค่หม้อกลั่นก็ตกเข้าไปก็เกือบแสนบาทต่อหม้อ ระบบต่างๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุดแก่เกษตรกร

.....ตลาดในอนาคตเหรอครับ ผมบอกไม่ได้นะให้คุณคิดเอาเอง  เพราะ"อนา"ก็เปลว่า"ไกล"   "คต"แปลว่า"ไม่ตรง"   ถ้าคุณขับรถอยู่คุณจะมองเห็นทางยาวๆๆๆและไม่ตรงได้มั๊ย
รู้เพียงเเต่ว่า ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดผลิตได้ ถ้าได้จริงคุณว่าจะมากแค่ไหน  เพราะต้นเป็นร้อยๆปีในธรรมชาติยังอยาจมีเพียงเเค่กำมือเดียว แต่ที่ใช้นั้นคือตลาดโลกนะครับ ทุกประเทศต้องการและที่ปลูกที่ตลาดโลกยอมรับที่มีสายพันธ์ที่ดีที่สุด

 

ส่วนเรื่องต่างๆถ้าอยากรู้แล้วช่วยเหลือก็สามารถโทรเข้ามาได้ที่

ที่ทำการกลุ่ม : สวนหอมมีสุข ซอยมีสุข ถ.เฉลิมพระเกียตริ์ ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง 21100 โทร+โทรสาร 038634280 ได้ทุกวันครับ

 

คุนพิกุล กิตติพล (ประธานกลุ่ม) 081-8890331  ได้ทุกวันครับ

หรือที่ Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    , อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน , อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

เพื่อให้เกษตรกรไทยทุกคนได้อยู่อย่างเป็นสุข


ถ้าผิดพลาดประการไดก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ @Kridsana.com ผู้เขียน

*หากมีข้อความส่วนใดในเว็ปไซด์นี้ส่วนหนึ่งละเมิดผู้หนึ่งผู้ใด หรือองค์กรได้ ข้าพเข้าจะขอถูกดำเนินการทางกฏหมายแต่เพียงผู้เดียว มิเกี่ยวข้องกับทางกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา*