:: ประกาศเตือนภัย__กรมอุตุฯ ::

เข้าสู่ระบบ



บทความพิเศษ

ติดต่อสอบถาม

เวลาทำการ     07.00 - 11.00 am
.                  01.00 - 05.00 pm

email : hommesook@gmail.com

โทรศัพท์ :
Office            038-634280

ประธานกลุ่ม     081-8890331

Webmaster    082-8996921

หยุดงานทุกวันที่ 1 ของเดือน

แนะนำบราวเซอร์ดีๆ

Internet Exproler

* ieเข้าถึงข้อมูลของเว็ปไซด์นี้ไม่ถูกต้อง
ใช้บราวเซอร์เหล่านี้

เพื่อการแสดงข้อมูลที่ถูกต้อง
จากเวปไซด์ของเรา

Designed by:
เทคนิคและกระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากไม้หอมกฤษณา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย @Kridsana.com   

เทคนิคและกระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากไม้หอมกฤษณา


แนวทางพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีของการกลั่นนั้นได้มีการพัฒนาเรื่อยมาตามลำดับ โดยเครื่องกลั่นที่เก่าแก่ที่สุดมีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4 ใช้กระบวนการควบแน่นของไอน้ำบนฝาของหม้อหุงที่คุ้นเคยกันทั่วไป การปรับปรุงส่วนขอบด้านในของฝาเพื่อรวบรวมและให้ของเหลวที่กลั่นตัวได้ไหลออกมาเป็นการต้มบนเตาไฟโดยตรง ส่วนหนึ่งของวัสดุสัมผัสโดยตรงกับผนังหม้อที่ร้อนทำให้เกิดการไหม้และสารบางชนิดเกิดการสลายตัว
ในศตวรรษที่ 11 นักฟิสิกส์ชาวอิหร่านชื่อ Abu Cina(ชื่อเรียกในยุโรปAvicenna) เพิ่มตะแกรงเข้าไปในหม้อให้ติดอยู่ในระดับเหนือผิวน้ำและวางวัสดุที่จะกลั่นบนตะแกรงวิธีการดังกล่าวนี้ทำให้มี เฉพาะไอน้ำที่ผ่านวัสดุผลิตผลที่ได้มีการเสื่อมสลายน้อยลง การปรับปรุงดังกล่าวนี้ทำให้มีการพัฒนาไปสู่วิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam distillation) นอกจากนี้แล้วได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการกลั่นแบบต่อเนื่อง (Continuous distillation) ขึ้นมาซึ่งการกลั่นน้ำมันหอมระเหยแล้วโดยหลักการจะมี 3 แบบคือ
-    การต้มด้วยไอน้ำ (Water Distillation)
-    การกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam distillation)
-    การกลั่นด้วยไอน้ำแบบต่อเนื่อง (Continuous  Steam distillation)
โดยในช่วงปี ค.ศ. 1980 – 1990  ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยใน    กรบรรรจุและขนย้ายวัสดุที่ผ่านการกลั่นออกจากหม้อกลั่นโดยในตอนแรกมีการใช้ในการผลิตน้ำมันหอมระเหยจากมินต์ (Menta spp.) โดยในฝรั่งเศส โซเวียต และสหรัฐอเมริกา มีการพัฒนาและติดตั้งระบบที่เรียกว่าการกลั่นแบบต่อเนื่อง โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ วัตถุดิบที่นำมากลั่นจะมีการเคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่าหอกลั่นที่มีการปล่อยไอน้ำวิ่งสวนทางกันซึ่งมีการควบคุมปริมาณไอน้ำและวัตถุดิบ รวมทั้งมีการนำวัตถุดิบออกอย่างเหมาะสม เพื่อให้การสกัดน้ำมันหอมระเหยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ปริมาณไอน้ำน้อย
ไม้หอมกฤษณาที่มีสารกฤษณาเป็นส่วนผสมอยู่ในปริมาณน้อย คือไม้ประเภทที่มีคุณภาพอยู่ในระดับต่ำจะถูกนำมาผ่านกระบวนการกลั่นด้วยน้ำ (Water Distillation) ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการส่วนมากมักจะนิยมทำโดยอาศัยวิธีการเทคโนโลยีชาวบ้านอย่างง่าย ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้โดยทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังมีกระบวนการกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam distillation)  ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาอีกระดับหนึ่งก่อนที่จะได้รับการพัฒนาต่อมาเป็นการกลั่นด้วยไอน้ำแบบต่อเนื่อง (Continuous  Steam distillation)

 

หลักการในกระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหย


ในกระบวนการน้ำมันหอมระเหยจากพืชออกมานั้นโดยใช้กระบวนการกลั่นด้วยน้ำแล้วให้ไอน้ำพาน้ำมันหอมระเหยออกมากับไอน้ำเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วรวมทั้งเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเมื่อไอน้ำหรือน้ำร้อนสัมผัสแทรกตัวเข้าไปในผนังเซลล์ของชิ้นส่วนพืชน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในเซลล์นั้นก็จะถูกไอน้ำดึงน้ำมันหอมระเหยให้แพร่ผ่านผนังเซลล์ออกมาแล้วระเหยเป็นไอปนออกมากับไอน้ำ จากนั้นจะผ่านกระบวนการควบแน่นโดยการทำให้เย็นลงกลายเป็นของเหลวใหม่ จะพบว่าน้ำมันหอมระเหยและน้ำจะแยกออกจากกันเป็นชั้น ๆ จึงสะดวกต่อการแยกอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย


----------------------------------------------------------------------------

 

ที่มา  ข้อมูลไม้กฤษณาจากกรมป่าไม้