|
การกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำ (Steam Distillation) |
|
|
|
|
เขียนโดย @Kridsana.com
|
การกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำ (Steam Distillation)
การกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำหรือบางครั้งเรียกว่า Dry Steam Distillation โดยส่วนกำเนิดไอน้ำ (Boiler) อยู่แยกจากหม้อกลั่น โดยมีตะแกรงวางวัสดุที่ใช้กลั่นแต่ไม่มีการเติมน้ำ มีการต่อท่อไอน้ำมายังหม้อกลั่นตามปกติ ใช้ไอน้ำที่มีความดันสูงตกอยู่ประมาณ 5 – 10 บาร์ ที่อุณหภูมิ 150 – 200 องศาเซลเซียส ระยะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไอน้ำและความยากง่ายในการแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากวัตถุดิบ ในพืชที่มีการสะสมน้ำมันหอมระเหยในเซลล์ที่อยู่ลึกจากเซลล์ผิวมากทำให้ใช้เวลาในการกลั่นนานขึ้น ข้อดีของการกลั่นด้วยไอน้ำได้แก่ สามารถควบคุมปริมาณไอน้ำและอุณหภูมิได้ จากการที่ผนังของหอกลั่นไม่ร้อนกว่าอุณหภูมิของไอน้ำทำให้มีปัญหาการไหม้ของวัตถุดิบน้อยมากวิธีการนี้เหมาะสำหรับใช้ในการสกัดน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่ การกลั่นแบบใช้ไอน้ำ (Steam Distillation) การกลั่นด้วยไอน้ำนั้นเป็นการที่ป้อนไอน้ำที่มีความร้อนสูง (Saturated Steam) และมีความกดดันมากกว่าบรรยากาศปกติประมาณ 2 – 3 เท่า โดยไอน้ำนี้จะถูกส่งผ่านจากหม้อต้มน้ำ (Boiler) เข้าไปยังหอกลั่นซึ่งมีวัตถุดิบบรรจุอยู่ ดังนั้นไอน้ำจะสัมผัสโดยตรงกับวัตถุดิบเลย ทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนอย่างรวดเร็วแล้วไอน้ำจะพาน้ำมันหอมระเหยออกมาด้วยทางฝาด้านบนของหอกลั่นไอน้ำและน้ำมันหอมระเหยจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยควบแน่นเพื่อทำให้เย็นลงกลายเป็นของเหลว ดังนั้นน้ำมันหอมระเหยจะถูกแยกออกจากกันชัดเจน วิธีการนี้ทำให้การกลั่นที่ได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าและได้ผลค่อนข้างเร็ว โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 12 – 15 ชั่วโมง ข้อเสียของวิธีนี้คือ 1.การออกแบบระบบต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและราคาลงทุนค่อนข้างสูง 2.การให้ไอน้ำสัมผัสโดยตรงกับวัตถุดิบคือไม้หอมกฤษณาและเกิดการพาความร้อนอย่างรวดเร็ว อาจทำให้มีกลิ่นไหม้อยู่ในน้ำมันหอมระเหยที่ได้ ทำให้คุณภาพที่ได้ด้อยลง
ที่มา ข้อมูลกรมป่าไม้
|