:: ประกาศเตือนภัย__กรมอุตุฯ ::

เข้าสู่ระบบ



บทความพิเศษ

ติดต่อสอบถาม

เวลาทำการ     07.00 - 11.00 am
.                  01.00 - 05.00 pm

email : hommesook@gmail.com

โทรศัพท์ :
Office            038-634280

ประธานกลุ่ม     081-8890331

Webmaster    082-8996921

หยุดงานทุกวันที่ 1 ของเดือน

แนะนำบราวเซอร์ดีๆ

Internet Exproler

* ieเข้าถึงข้อมูลของเว็ปไซด์นี้ไม่ถูกต้อง
ใช้บราวเซอร์เหล่านี้

เพื่อการแสดงข้อมูลที่ถูกต้อง
จากเวปไซด์ของเรา

Designed by:
"สวนป่าตามโครงการพระราชดำริ ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)" PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย @Kridsana.com   

ข้อมูล จากพื้นที่บอกว่าคำว่า "อุ๋ง" หมายถึง ที่ลุ่มต่ำคล้ายกะทะใบใหญ่ มีน้ำขังเดิมนั้นเป็นไร่ฝิ่น ไม้ใหญ่ถูกตัดโค่นจนแทบกลายเป็นเขาหัวโล้น

แล้ว ก็เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อมของเราชาวไทย ทรงมีพระราชดำริ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการวิจัยและปลูกพืชทดแทนในปี 2527 ปัจจุบันมีพืชเมืองหนาวขึ้นมาทดแทนไร่ฝิ่น มีป่าสนสองใบและ สามใบ อีกทั้งป่าเบญจพรรณขึ้นมาปกคลุมเขาหัวโล้นบริเวณอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งก็มีอายุประมาณ 20 กว่าปีมานี้เอง แต่ก็ดูสูงใหญ่ร่มรื่น นี่ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณโดยแท้.........ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

นัก ท่องเที่ยวส่วนใหญ่คุ้นกับชื่อปางอุ๋ง ซึ่งเป็นชื่อดั่งเดิม ส่วนชื่ออย่างเต็มยศของที่นี่คือ "สวนป่าตามโครงการพระราชดำริ ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)" ซึ่งขึ้นอยู่กับ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง

ภาย นอกโครงการเป็นบ้านรวมไทย ซึ่งชาวบ้านที่นี่ได้ผันตัวเองมาเป็นผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ทั้งจำหน่ายอาหาร,เสื้อผ้า ของที่ระลึก, โปสการ์ด, เกสต์เฮ้าส์, ร้านกาแฟ หรือแม้แต่เปิดให้บริการอาบน้ำอุ่น แต่อาบเองนะครับไม่มีใครมาถูขี้แก ขี้ใครให้ เพราะราคา 30 บาทหากจะหาคนถูให้ก็คงได้แค่ฝอยขัดหม้ออันเดียวแหละแต่ถูเอาเอง...อิอิ

ส่วน ภายในนั้นมีอาคารทรงงาน และมีบ้านพักรับรอง แต่ผมไม่ได้เดินไปดูเลย เพราะมัวแต่สาระวนอยู่กับการจับจองพื้นที่กางเต้นท์ และหุงต้มอาหารพร้อมกับนั่งชม ธรรมชาติไปพร้อมเครื่องดื่มที่ซื่อสัตย์ จนอาทิตย์อัสดงไม่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว

แต่ ยามค่ำคืนนั้นลวดลายของสิ่งที่เรียกว่าวัตถุหายใจได้แต่ไม่ได้รับการสั่งสอน มันก็ออกทำหน้าที่ของมัน โดยการส่งเสียงดังโหวกแหวกโวยวาย อย่างไม่เกรงใจกัน และเสียงพวกมันก็สยองจนตีสองกว่า....

"จะ อะไรกันนัก กันหนาโว้ยยยยย"  มีเสียงหนึ่งแหวกอากาศมาในความมืด อย่างชัดเจน  ชัดเจนและได้ผลอย่างดีเพราะเวลาต่อจากนั้นราตรีก็เป็นราตรีที่หนาวเย็นตาม ธรรมชาติเช่นเดิม ผมก็ขอบคุณเสียงแหวกอากาศนั้นก่อนที่จะหลับลงอีกครั้ง

ก่อน ตะวันรุ่งสางผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพื่อจะไปเก็บภาพ เพราะว่ากล้องเจ้าปัญหา มันบังเอิญใช้ได้ขึ้นมาบ้าง โดยการถอดถ่านเข้าออกทุกครั้งที่จะกดชัตเตอร์ และหากปล่อยไว้นานมันก็จะไม่ทำงาน ก็ต้องทำแบบเดิม เอาว่ะ(คิดในใจ) ยังดีกว่าถือมาเป็นสากกะเบือแล้วไม่ได้กินน้ำพริก

เช้าแล้วแต่ว่าเหมือนปางอุ๋ง ก็ยังไม่หมดเวร หลังจากงานเลี้ยงของแต่ละเต้นท์เลิกรา จากเมื่อคืน การเก็บล้างเก็บทิ้งก็เกิดขึ้น

แต่ กลุ่มไร้สำนึกที่เอาของมาทำกินได้ แต่คาบขยะของพวกมันกลับไปทิ้งไม่ได้เนี่ยมันน่ารังเกียจเสียเหลือเกิน หนำซ้ำคราบน้ำมันมากมายจากการปรุงอาหาร มันก็สาดโครมลงไปในอ่างเก็บน้ำ ฟืนมั่ง ถ่านในเตามั่ง มันก็คิดด้วยสมองเน่าๆโดยการโยนลงไปดับในอ่างเก็บน้ำอีกนั่นแหละ แต่หน้าตาพวกนี้มันก็ดูเหมือนมนุษย์อยู่นะครับ แต่สันดาน เอ้ยนิสัยแบบนี้ผมว่าไม่น่าจะใช่นะครับ

ผม ชักจะเป็นห่วงปางอุ๋งซะแล้วครับ...............ขนาดเข้ามาพักในพื้นที่ โครงการพระราชดำริ ซึ่งเปรียบเสมือนการมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พวกนี้ยังกระทำการเยี่ยงนี้ เหมือนคนไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จริงๆ


-- ขอขอบคุณข้อมูลจาก
****************************************************************************************************
Good Morning Mail